a little jab(p) on BTS

posted on 02 Jul 2008 09:55 by tarlomak in Gibberish


เอ็นทรี่นี้เขียนขึ้นด้วยอารมณ์ จี๊ด (อีกแล้วครับท่านผู้ชม)


ถ้าใครถามผม ว่า “พูดภาษาญี่ปุ่นได้หรือเปล่า ? “


ผมจะรีบส่ายหน้า ทำหน้าตระหนกทันทีครับ เพราะผมพูดไม่ได้จริงๆ ให้แปลอะไรก็ไม่ได้  เรียนมา 1 ปี จำได้แต่ประโยคสั้นๆ  ได้แกรมม่านิดหน่อย กับคำศัพท์อีกจิ๊ดนึงครับ  นี่ขนาดผมดูหนังโป๊ญี่ปุ่นจนเป็นอาชีพแล้วนะครับยังได้แต่ภาษาญี่ปุ่นก็ไม่ได้ดีขึ้นเลยครับ ได้แค่ “อี๊ๆ” “อ๊าๆ” “อิเอ๊ะ” “อิคึๆๆ” “อิโสะๆ” “กุ๊กกรู้ๆ”


ไม่นานมานี้ได้ดุหนังญี่ปุ่นที่ HOUSE RCA ครับ เรื่อง “Tokyo Tower” ก่อนหน้านั้นก้ดู “Always 2 Sunset on Third Street

 


ทำให้ “สแตนด์ (stand)” ภาษาญี่ปุ่นกลับมานิดๆครับ ซึ่งไม่ได้คิดว่าจะได้นำมาใช้อีกครั้ง

ต่อมาวันนึงครับ ขณะไปท่องเที่ยวในเมืองคนเดียว บน BTS ครับ  ข้างหลังผมมีชาย หญิง คู่นึง โรมรันพันตูกันอยู่ มันกอดจูบลูบหำกันอยู่ครับตรงประตูรถ แล้วก็พูดคุยกันในสิ่งที่ทำให้ผมจี๊ดมากๆครับ
ผมบังเอิญไป overheard บทสนทนาของแฟนคู่นี้ครับ


ชะนี : Bangkok sucks. Everything not modern. Train is so slow.
ฝรั่งหล่อล่ำ :  Really? it’s a sky train . They can’t run that fast you know. You are exaggerating!!!
มนุษย์กล่อง  : (เอ๊ะ  อีนี่   มึงด่า BTS ได้ แต่อย่ามาด่า บ้านเกิดเมืองนอนของกู อีเห็ด)


ชะนี : People here are not that smart too you know. Unlike Tokyo. You know I don’t wanna leave Japan.
มนุษย์กล่อง  : (กรี๊ดในใจ  อีแช่แฟ้บ นี่มึงว่าประเทศกูไม่พอ ยังว่าคนไทย 65 ล้านคนโง่อีก )
ฝรั่งหล่อล่ำ :  How long ‘ve you lived here?


ชะนี :(เงียบไปหลายสิบวินาที แล้วพล่ามต่อ) I born in Tokyo. Weather was so much better.  Everything you can have. Your life can’t get any better in Thailand.
ฝรั่งหล่อล่ำ :  (เงียบครับ กำลังจะอ้าปากพูดอะไรสักอย่าง)
มนุษย์กล่อง  : (ผมทนไม่ไหวครับ หันกลับมามองหน้านังชะนีเถื่อน ปากพล่อย )

 

โอ้โห  ท่านผู้ชม คือแบบว่า สิ่งที่ผมเห็นทำใฟ้ผมอึ้ง


หนังหน้านังชะนีคนนี้เนี่ย ไม่ได้มีส่วนไหนที่ใกล้เคียงกับประเทศที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร เลยครับ
ตัวดำปิ๊ดปี๊ ดั้งหัก หน้ามีจ้ำๆ ช้ำๆ ขาโตมาก พูดง่ายๆคือ hometown ของเธออยู่ในไทยนี่เอง ประมาณกิ่งอำเภอเขาหำหด  ตำบลสิ้นศรัทธาธรรม แน่นอนครับ แล้วสำเนียงภาษาอังกฤษแบบไทยจ๋ามากๆ  ไม่ใช่คนญี่ปุ่นแน่นอนครับผม


( ผมทำงานกับเจ้านายญี่ปุ่นมาเป็นปีๆ ผมรุ้ดีว่าคนญี่ปุ่นพูดภาษาอังกฤษสำเนียงเป็นยังไง เรียนเอแบคก็มีเพื่อนเป็นคนญี่ปุ่นครับ ขาวๆน่ารัก ชื่อ Eri  Miura ซึ่งไม่มีอะไรเหมือนนังชะนีตอแหลคนนี้เลยครับ )

นังชะนีคนนี้ เริ่มด่าประเทศไทยต่อไปเรื่อยๆ พูดในเสียง volume ที่ดังมากๆด้วยนะครับ ผมเริ่มอดทนไม่ไหว  มันคงคิดว่าไม่มีใครฟังมันพูด  


เวลาผมหงุดหงิดมากๆ  สมองจะทำงานหนักแบบไม่รู้ตัว หัวใจเต้นเร็ว ตาเริ่มเบลอ ตัวเริ่มสั่น แล้ว stand ภาษาญี่ปุ่นก็ถูกเรียกออกมาใช้โดยไม่รุ้ตัวครับ เหมือนมีองค์มาลง


ผมกำลังจะลงสถานีหน้าแล้ว เลยอดไม่ได้ที่จะหันไป Jab กับนังชะนีคนนี้  ด้วยสำเนียงเด็กอนุบาล แต่ก็ชัดถ้อย ชัดคำครับ


มนุษย์กล่อง : sumimasen. Tokyo no doko ni sundei masu ka
 (ขอโทษนะครับ คุณอาศัยอยู่ตรงไหนของโตเกียวเหรอครับ)


ชะนีดั้งหัก ขาโต:  ..................................... ( ซีดแดก แล้วตอบเป็นภาษาอังกฤษ เบาๆ )
                           urrrr….. ”No”
มนุษย์กล่อง : (ตอกย้ำ ไปอีกรอบ กลัวมันไม่เข้าใจคำถาม)  tokyo kara kimashita to kiita kedo
(แต่ผมได้ยินมาว่าคุณมาจากโตเกียวนี่นา)


ชะนีดั้งหัก ขาโต:    ..................................... ( ซีดแดก เป็นคำรบสอง)
ฝรั่งหล่อล่ำ :  ..................................... (เอ๋อครับ ยืนนิ่งๆ)


ประตู BTS เปิดออกพอดี  ผมก็เดินออกเลย ผมไม่มองหน้าชะนีคนนี้ด้วยซ้ำครับ เสียพลังงานไปเปล่าๆ
ผมไม่เข้าใจว่า ผู้หญิงคนนี้โกหกฝรั่งทำไม ว่าตัวเองเป็นคนญี่ปุ่น มาจากญี่ปุ่น หรือว่าอยากให้ฝรั่งคนนี้เห็นมันเป็นดาราหนังโป๊ ญี่ปุ่น สามารถฉีกขาได้ แอ่นตัวได้แล้วคราง อี๊ๆ อ๊าๆ ได้เหมือนในหนัง


ประโยคที่ simple ง่ายๆแบบนี้ มันยังไม่เข้าใจเลย มันไม่มีทางมาจากกรุงโตเกียวแน่นอน (เอ๊ะ หรือผมพุดผิดนะ กรี๊ดดด)  คือมันจะโกหก แอ๊บแบ๊ว สร้างภาพว่าตัวมันไฮโซ หรุเริ่ดมาจากญี่ปุ่นผมก็ไม่โมโหครับ ใครๆก็สร้างภาพ แต่มันมาเสือกด่าคนไทย ด่าประเทศไทย บ้านเกิดเมืองนอนของผม และของมัน ของโคตรพ่อโคตรแม่มันด้วย อันนี้ผมรับไม่ได้ครับ


ลึกๆผมเข้าใจว่ามันมีปมด้อย เลยต้องขี้โม้เพื่อชดเชยสิ่งที่ขาดหายไป

สาระวันนี้


1. ประโยคภาษาญี่ปุ่น  เขียนเหมือนภาษาอังกฤษ แต่ให้เรียง ประธาน กิริยา กรรม จากหลังมาด้านหน้าครับ


2.  sumimasen   ซูมิมาเซ็ง   =  ขอโทษนะครับ / ค่ะ


3. tokyo no doko ni sundei masu ka  =  คุณอาศัยอยู่ตรงไหนของโตเกียวเหรอครับ
no  โน๊ะ  = ของ
doko  โดโกะ = ที่ไหน
Ni  นิ = ที่ / ใน
sundei ซึ้นเดะ  =  อยู่ / อาศัย


4. tokyo kara kimashita to kiita kedo =  แต่ผมได้ยินมาว่าคุณมาจากโตเกียวนี่นา

Kara  คาระ  =  จาก
kimashita  คิมาชิตะ = มา (เป็นกิริยาช่อง 2 หรือในอดีต) = came
to โตะ = ด้วย / และ / ว่า
kiita คิอิตะ =  ได้ยิน
kedo เคโดะ  = แต่
(kimasu  คิมาสึ = มา (เป็นกิริยาช่อง 1 หรือในปัจจุบัน) = come )

จริงวันนั้นผมปราณีนังชะนีดั้งหักคนนี้มากนะครับ ที่พูดโดยใช้คำศัพท์ที่เข้าใจง่าย
จริงๆผมสามารถพูดประโยคเดิม กับมันได้อีกในสอง option ด้วยกัน:


(a) ใช้กับพวกวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ generation หลังๆ
tokyo no donna parto ni sundei masu ka =  คุณอยู่ตรงไหนของโตเกียวเหรอครับ
donna = อันไหน = which
parto  พาโตะ = ส่วน(ไหน) มาจากคำอังกฤษว่า  part เป็นคาตากานะครับ ซึ่งคนรุ่นใหม่ๆจะใช้กันเพราะว่ารู้ภาษาอังกฤษครับ
( เช่น  chocolate ก้เป็น chocolato ช้อคโกแล๊ตโตะ )


(b) ใช้กับคนที่อายุเยอะๆ คนโบราณ คนเก่าแก่
tokyo no donna bubun ni sundei masu ka = คุณอาศัยอยู่ตรงไหนของโตเกียวเหรอครับ
bubun บื้อบึ้น = parto  เป็นคำเก่าแก่โบราณ ใช้กะลุงกะป้า คนแก่ๆครับ

ปล.1 "สแตนด์" (Stand) ภาษาญี่ปุ่นเข้าสิงไม่บ่อยครับ นานๆเข้าที
ปล.2 ผมเขียนและอ่านญี่ปุ่นไม่ได้เลย เพราะเรียนเป็นภาษา romainsed ตลอดครับ
ปล.3 ผมไม่สร้างภาพเป็นคนดีครับ แอ๊บไปวันนึงหางก็โผล่
ปล.4 เกลียดคนไทยที่ดูถูก เหยียดหยามคนไทยด้วยกันเองที่สุด
ปล.5 หากไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วมีคนมาถามว่าเราอาศัยอยู่เมืองไหนให้ตอบว่า “bangkuku ni sundei masu”
แล้วจงยืดอก ภูมิใจได้เลยว่า เราได้เกิดและอาศัยอยู่ในประเทศที่ดีที่สุดในโลกแล้วครับ

ปล.6 ผมอ่อนหัดภาษาญี่ปุ่นมากๆครับ ผู้เชี่ยวชาญโปรดชี้แนะครับ ยินดีอย่างยิ่ง

 (แต่ใครเม้นท์ด่าผมว่ากระแดะ ขอให้เจี๊ยวมันแข็งตัวแล้วยาวได้แค่ 1.5 นิ้ว ถ้าเป็นผู้หญิงขอให้ตื่นมาแล้วนมโตข้าง เล็กข้าง )

 

Comment

Comment:

Tweet

Do not a lot of money to buy a car? Worry not, because that is possible to receive the <a href="http://goodfinance-blog.com/topics/credit-loans">credit loans</a> to solve such kind of problems. Hence get a secured loan to buy all you want.

#92 By BoydKeri (94.242.214.7) on 2011-12-11 08:38

Sugoi kaaaa~~~
*ปรบมือดังๆให้กับวีกรรมในครั้งนั้น*

เจออย่างนี้ใครไม่โกรธให้มันรู้ไป เชื่อว่าหลายคนที่นั่งอยู่ในรถตรงนั้นก็คงคิดเหมือนกันแหละ แต่ไม่กล้าต่อกรกับชะนีsad smile

#91 By Petitee on 2010-12-15 12:11

เกลียดคนไทยที่ดูถูก เหยียดหยามคนไทยด้วยกันเองที่สุด<----ถ้า"พูดความจริง"ไม่ว่านะ แต่ถ้าดูถูกแบบ โน่นก็ suck นี่ก็ suck น่าตบเกรียนแตกจริงๆ

อ่านแล้วเก็ท เป็นเราถ้าเราพูดยุ่นได้ ก็คงทำแบบเดียวกัน

#90 By MEISANMUI™ on 2008-10-24 16:30

สะจายอ่ะ 555

#89 By JokeKo on 2008-10-22 18:09

ว๊ากก สะใจๆๆ
อยากเจอจังเลย ไอ้ ชะนี ตัวนี้
วันหลังขอให้ได้เจอนานๆ เถิด จะได้จับเขาคุยด้วย ซะเลย

..


ชอบๆๆๆ

#88 By aprileighth on 2008-07-11 22:21

ประโยคภาษาญี่ปุ่นไม่ได้เรียงประธาน กิริยา กรรม แ